
เคลมประกันรถยนต์ครั้งแรก ต้องทำอย่างไรบ้าง
รถเพิ่งถูกเฉี่ยวตอนจอดข้างทาง หรือเบรกไม่ทันชนท้ายรถคันหน้าที่สี่แยก มือสั่น ใจเต้นแรง แล้วก็นึกไม่ออกว่าต้องโทรหาใครก่อน ตำรวจ บริษัทประกัน หรือคู่กรณี คนที่ไม่เคยเคลมประกันมาก่อนมักเสียเวลาช่วงแรกไปกับความสับสนตรงนี้ ทั้งที่จริงมีลำดับขั้นตอนที่ทำตามได้ไม่ยาก
ปัญหาของคนเคลมครั้งแรกไม่ใช่แค่ไม่รู้ขั้นตอน แต่มักรีบตัดสินใจบางอย่างก่อนเวลาอันควร เช่น ยอมตกลงกับคู่กรณีเองหน้างานโดยไม่แจ้งประกัน หรือขับรถออกจากที่เกิดเหตุก่อนถ่ายรูปให้ครบ บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงขั้นตอนนำรถเข้าซ่อม เพื่อให้ตั้งหลักได้เร็วขึ้นเมื่อเจอเหตุการณ์จริง
หลังเกิดเหตุ ให้ตั้งสติดูความปลอดภัยของตัวเองก่อน จากนั้นโทรแจ้งบริษัทประกันภัยตามเบอร์ในกรมธรรม์หรือบัตรประกัน ถ่ายรูปที่เกิดเหตุและความเสียหายให้ครบ เก็บข้อมูลคู่กรณีและพยาน อย่าตกลงเรื่องค่าเสียหายกันเองก่อนประกันเข้ามาประเมิน และรอเจ้าหน้าที่ประกันหรือตำรวจตามความจำเป็นของแต่ละกรณีก่อนเคลื่อนย้ายรถ
วินาทีแรกหลังเกิดเหตุ ควรทำอะไรก่อน
เรื่องแรกที่ต้องทำคือดูความปลอดภัยของตัวเองและผู้โดยสารก่อนเสมอ ถ้ารถยังพอขับได้และไม่ได้กีดขวางการจราจรรุนแรง ให้เปิดไฟฉุกเฉินและเคลื่อนรถไปจอดในจุดปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้ หากมีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายรุนแรง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยกู้ภัยตามความเหมาะสมของสถานการณ์ก่อนเรื่องอื่น
เมื่อทุกคนปลอดภัยแล้วจึงค่อยเริ่มขั้นตอนของประกัน อย่ารีบคุยเรื่องใครถูกใครผิดกับคู่กรณีตั้งแต่ต้น เพราะการพิจารณาความรับผิดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประกันและตำรวจตามข้อเท็จจริง การพูดคุยด้วยอารมณ์ตอนตกใจอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่ตามแก้ทีหลังยากขึ้น
โทรแจ้งประกันอย่างไรให้ได้ข้อมูลครบ
เบอร์แจ้งเหตุมักพิมพ์อยู่บนบัตรกรมธรรม์หรือแอปของบริษัทประกันภัย ควรบันทึกเบอร์นี้ไว้ในโทรศัพท์ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุ เพราะตอนตกใจมักหาเอกสารไม่เจอ เมื่อโทรแจ้งควรบอกตำแหน่งที่เกิดเหตุให้ชัดเจน ลักษณะความเสียหายคร่าว ๆ และจำนวนคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุมาที่เกิดเหตุหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
ถ้าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยไม่มีผู้บาดเจ็บ บางบริษัทอาจให้แจ้งเหตุผ่านแอปพร้อมถ่ายรูปแทนการรอเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ควรสอบถามขั้นตอนที่ถูกต้องจากบริษัทประกันภัยของตนเองโดยตรง เพราะแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ไม่เหมือนกันทุกจุด
หลักฐานที่ควรเก็บไว้ที่ที่เกิดเหตุ
ก่อนเคลื่อนย้ายรถ ควรถ่ายรูปให้ครบทุกมุมเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย ทั้งตำแหน่งรถทั้งสองคันในจุดที่ชน ป้ายทะเบียนคู่กรณี ความเสียหายที่เกิดขึ้น สภาพถนนและป้ายจราจรบริเวณนั้น หากมีกล้องติดรถหน้ารถให้บันทึกไฟล์วิดีโอเก็บไว้ทันที เพราะไฟล์อาจถูกเขียนทับได้ถ้าเปิดใช้งานรถต่อ
- รูปรถทั้งสองคันในตำแหน่งที่เกิดเหตุก่อนเคลื่อนย้าย
- รูปป้ายทะเบียนและรุ่นรถของคู่กรณี
- ชื่อ เบอร์โทร และเลขที่กรมธรรม์ของคู่กรณี (ถ้ามีคู่กรณี)
- ชื่อและเบอร์โทรพยานที่เห็นเหตุการณ์ (ถ้ามี)
- ไฟล์วิดีโอจากกล้องติดรถ บันทึกแยกเก็บไว้ทันที
- เลขที่ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง
สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนประกันมาถึง
ข้อที่พลาดบ่อยที่สุดคือตกลงจ่ายค่าเสียหายกันเองที่หน้างานเพื่อความรวดเร็ว โดยไม่แจ้งประกันเลย วิธีนี้อาจดูง่ายตอนนั้น แต่ถ้าภายหลังพบความเสียหายเพิ่มเติมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น โครงสร้างช่วงล่างหรือระบบเบรก จะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นั้นอีกแล้ว
อย่าเซ็นเอกสารใด ๆ ที่คู่กรณียื่นให้โดยไม่อ่านให้เข้าใจ และอย่ารับปากเรื่องค่าเสียหายเป็นตัวเลขด้วยวาจาก่อนที่ฝ่ายประกันจะเข้ามาประเมิน หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือมีปากเสียงกับคู่กรณี ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยดูแลสถานการณ์แทนการเจรจากันเองต่อไป
เลือกซ่อมที่ไหนหลังเคลมผ่าน
เมื่อบริษัทประกันอนุมัติการเคลม ผู้เอาประกันมักมีสิทธิ์เลือกอู่ซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของตัวเอง บางกรมธรรม์กำหนดให้ซ่อมที่ศูนย์บริการ บางแบบเปิดให้เลือกอู่ที่ประกันรับรองได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้กับบริษัทประกันก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนต่างภายหลัง
ก่อนตัดสินใจซ่อม การให้ช่างที่มีประสบการณ์ตรวจช่วงล่างและแนวศูนย์ล้อหลังเกิดการกระแทกช่วยยืนยันได้ว่ามีความเสียหายแฝงหรือไม่ นอกเหนือจากรอยบุบที่มองเห็น สามารถแวะให้ทีมช่าง ตรวจเช็กช่วงล่างเบื้องต้น ก่อนนำผลไปประกอบการพิจารณาซ่อมกับบริษัทประกันได้เช่นกัน
ระยะเวลากระบวนการเคลมโดยทั่วไป
ระยะเวลาตั้งแต่แจ้งเหตุจนถึงซ่อมเสร็จแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของอุบัติเหตุ จำนวนคู่กรณี และปริมาณงานของอู่หรือศูนย์ที่รับซ่อม กรณีเฉี่ยวชนเล็กน้อยไม่มีคู่กรณีอาจเร็วกว่ากรณีที่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดจากหลายฝ่าย ไม่ควรยึดตัวเลขวันที่แน่นอนจากที่ใดที่หนึ่งเป็นมาตรฐาน เพราะแต่ละเคสมีรายละเอียดต่างกัน ควรสอบถามระยะเวลาโดยประมาณจากเจ้าหน้าที่ประกันที่ดูแลเคสของตนเองโดยตรง
ข้อผิดพลาดที่คนเคลมครั้งแรกมักเจอ
ข้อแรกคือลืมบันทึกเบอร์แจ้งเหตุของบริษัทประกันไว้ล่วงหน้า พอเกิดเหตุจริงจึงต้องเสียเวลาค้นหา ข้อสองคือเคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุเร็วเกินไปโดยไม่ถ่ายรูปตำแหน่งเดิมให้ครบก่อน ข้อสามคือไม่เก็บข้อมูลพยานทั้งที่มีคนเห็นเหตุการณ์อยู่ใกล้ ๆ และข้อสุดท้ายคือกลัวเสียเวลาจนยอมจบเรื่องกับคู่กรณีเองทั้งที่ความเสียหายจริงอาจมากกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก
คำถามที่พบบ่อย
ต้องรอตำรวจทุกครั้งก่อนเคลื่อนย้ายรถไหม
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์และเงื่อนไขของบริษัทประกันแต่ละแห่ง กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายมาก มักต้องรอเจ้าหน้าที่ ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่ประกันตอนโทรแจ้งเหตุว่าจำเป็นต้องรอหรือไม่
ไม่มีคู่กรณี รถชนสิ่งกีดขวางเองต้องเคลมอย่างไร
ขั้นตอนคล้ายกัน คือแจ้งประกันทันที ถ่ายรูปความเสียหายและจุดเกิดเหตุ ความคุ้มครองในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับชั้นประกันที่ทำไว้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของตนเองก่อน
เคลมประกันครั้งแรกจะเสียส่วนลดประวัติดีไหม
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทและว่าเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ควรสอบถามรายละเอียดผลกระทบต่อส่วนลดกับบริษัทประกันของตนเองโดยตรงก่อนตัดสินใจเคลม
คู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ ต้องทำอย่างไร
ยังสามารถแจ้งประกันของฝ่ายตนเองให้ดำเนินการตามขั้นตอน และอาจต้องอาศัย พ.ร.บ. ของคู่กรณีในส่วนที่เกี่ยวกับผู้บาดเจ็บ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ประกันเพื่อดูแนวทางที่เหมาะกับกรณีนั้น ๆ
ต้องมีใบแจ้งความทุกครั้งหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกกรณี บางเหตุการณ์เล็กน้อยอาจใช้เพียงหลักฐานภาพถ่ายและข้อมูลคู่กรณีประกอบการเคลมได้ แต่ควรสอบถามจากบริษัทประกันว่ากรณีของตนจำเป็นต้องมีเอกสารนี้หรือไม่
รถเสียหายจากอุบัติเหตุควรซ่อมทันทีหรือรอประกันอนุมัติก่อน
โดยทั่วไปควรรอให้บริษัทประกันตรวจสอบและอนุมัติก่อนเริ่มซ่อม เพื่อให้การประเมินความเสียหายตรงกับสภาพจริงที่เกิดเหตุ การซ่อมเองก่อนอาจทำให้พิสูจน์ความเสียหายเดิมได้ยากขึ้น
ไม่แน่ใจว่ารถมีความเสียหายแฝงหลังเกิดเหตุหรือไม่?
ให้ทีมช่างตรวจช่วงล่างและแนวล้อเบื้องต้นก่อนตัดสินใจซ่อม ร้านอยู่ริมถนน 304 กบินทร์บุรี เปิดบริการทุกวัน 08:30–17:00 น.