
นั่งขับรถนานทุกวันจนปวดหลัง ควรปรับท่านั่งอย่างไร
คนที่ต้องขับรถไปทำงานทางไกลทุกวัน โดยเฉพาะเส้นทางที่ใช้เวลาฝั่งละหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป มักเริ่มมีอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ หรือชาที่ขาหลังจากขับต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทนเพราะจำเป็นต้องเดินทางทุกวันอยู่แล้ว
ความจริงแล้วอาการเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมซึ่งสามารถปรับแก้ได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าคนขับทางไกลไปทำงานทุกวันควรปรับท่านั่งและดูแลรถอย่างไรเพื่อลดความเมื่อยล้าสะสม
การปรับท่านั่งที่เหมาะสมเริ่มจากตำแหน่งเบาะที่รองรับหลังส่วนล่างพอดี ระยะห่างจากพวงมาลัยที่ไม่ต้องเหยียดแขนสุด และความสูงของเบาะที่มองเห็นถนนได้ชัดโดยไม่ต้องเงยคอ ควบคู่กับการตรวจเช็กระบบช่วงล่างให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี เพราะแรงสั่นสะเทือนสะสมก็เป็นสาเหตุของความเมื่อยล้าเช่นกัน
ปรับตำแหน่งเบาะให้รองรับหลังส่วนล่าง
หลังส่วนล่างเป็นจุดที่รับแรงกดมากที่สุดเมื่อนั่งขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากเบาะไม่มีส่วนรองรับแนวโค้งของหลังส่วนล่างพอดี กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะต้องเกร็งตลอดเวลาเพื่อพยุงลำตัว ควรปรับพนักพิงให้เอนเล็กน้อยประมาณ 100 ถึง 110 องศา ไม่ตั้งตรงเกินไปหรือเอนมากเกินไปจนต้องยืดคอไปข้างหน้า
หากรถมีหมอนรองหลังหรือสามารถปรับความโค้งของเบาะได้ ควรใช้ให้เหมาะกับสรีระของตัวเอง สำหรับคนที่ขับทางไกลทุกวันเป็นประจำ การลงทุนกับอุปกรณ์เสริมรองหลังเล็กน้อยอาจช่วยลดอาการปวดสะสมได้มากกว่าที่คิด
ระยะพวงมาลัยและมุมมองที่เหมาะสม
ระยะห่างจากเบาะถึงพวงมาลัยที่เหมาะสมคือระยะที่แขนงอเล็กน้อยเมื่อจับพวงมาลัยในตำแหน่งเก้าและสามนาฬิกา ไม่ควรเหยียดแขนจนตึงเพราะจะทำให้ไหล่และหลังส่วนบนเกร็งตลอดการขับ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรนั่งใกล้เกินไปจนต้องงอศอกมากผิดปกติ
ความสูงของเบาะควรปรับให้มองเห็นแผงหน้าปัดและถนนด้านหน้าได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเงยคอหรือก้มมองบ่อย ๆ เพราะการเงยหรือก้มคอซ้ำ ๆ ตลอดการขับทางไกลทุกวันเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดต้นคอสะสม
ช่วงล่างที่ดีช่วยลดความเมื่อยล้าอย่างไร
นอกจากท่านั่งแล้ว สภาพช่วงล่างของรถก็มีผลต่อความเมื่อยล้าโดยตรง หากช่วงล่างเสื่อมสภาพจะดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากถนนได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายต้องรับแรงกระแทกสะสมตลอดเส้นทางโดยไม่รู้ตัว ยิ่งขับทางไกลทุกวันยิ่งสะสมผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อมากขึ้น
หากรู้สึกว่ารถสั่นมากผิดปกติหรือโยนตัวเมื่อผ่านถนนขรุขระ ทางร้านมีบริการตรวจเช็กช่วงล่างที่ช่วยประเมินว่าโช้กอัพหรือชิ้นส่วนใดเริ่มเสื่อมสภาพจนควรเปลี่ยนหรือซ่อมแซม
พักระหว่างทางเมื่อขับนานต่อเนื่อง
แม้จะปรับท่านั่งดีแค่ไหน การนั่งท่าเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานานก็ยังส่งผลต่อกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือด ควรหาโอกาสยืดเส้นยืดสายเมื่อจอดพักหรือติดสัญญาณไฟนาน ๆ ด้วยการขยับไหล่ หมุนคอเบา ๆ หรือเปลี่ยนท่านั่งเล็กน้อยเป็นระยะ
สำหรับเส้นทางที่ใช้เวลานานมาก การแวะพักสั้น ๆ สักครั้งระหว่างทางเพื่อลงเดินยืดตัวก็ช่วยลดความเมื่อยล้าสะสมและทำให้สมาธิในการขับดีขึ้นด้วย
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ปวดหลังโดยไม่รู้ตัว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือนั่งเอนเบาะจนเกือบนอนเพราะรู้สึกว่าสบายกว่า ทั้งที่ท่านี้ทำให้ต้องยืดคอไปข้างหน้ามากผิดปกติเพื่อมองถนน อีกข้อคือวางกระเป๋าเงินไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังขณะขับ ซึ่งทำให้กระดูกเชิงกรานเอียงและกดทับเส้นประสาทโดยไม่รู้ตัวเมื่อนั่งนานต่อเนื่อง
หากมีอาการปวดหลังหรือชาลงขาที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะปรับท่านั่งแล้วก็ตาม ไม่ควรฝืนขับทางไกลต่อเนื่องโดยไม่พัก เพราะอาการชาอาจกระทบสมาธิและความไวในการควบคุมรถ ควรปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นและวางแผนพักระหว่างทางให้เหมาะสมกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อย
เอนพนักพิงมากแค่ไหนถึงจะดีต่อหลัง
ควรเอนประมาณ 100 ถึง 110 องศา ไม่ตั้งตรงจนหลังเกร็งและไม่เอนมากจนต้องยืดคอไปข้างหน้าเพื่อมองถนน ควรปรับให้พอดีกับสรีระของตัวเองในแต่ละคน
ทำไมช่วงล่างที่เสื่อมสภาพถึงทำให้ปวดหลังมากขึ้น
ช่วงล่างที่เสื่อมสภาพดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากถนนได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายต้องรับแรงกระแทกสะสมตลอดเส้นทาง ยิ่งขับทางไกลทุกวันยิ่งส่งผลต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อมากขึ้นตามระยะเวลา
ควรพักระหว่างทางบ่อยแค่ไหนเมื่อขับทางไกล
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเดินทาง หากขับต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ควรหาจังหวะยืดตัวหรือเปลี่ยนอิริยาบถสั้น ๆ เมื่อจอดติดไฟแดงหรือแวะพักได้ตามความเหมาะสม
ทางร้านช่วยตรวจช่วงล่างเพื่อลดความเมื่อยล้าได้ไหม
ทางร้านให้บริการตรวจเช็กช่วงล่างและระบบที่เกี่ยวข้องกับการดูดซับแรงสั่นสะเทือน สามารถนัดหมายเข้าตรวจสอบได้ตามความสะดวก โดยเฉพาะหากรู้สึกว่ารถสั่นมากผิดปกติ
รู้สึกว่ารถสั่นจนปวดหลังเวลาขับทางไกล?
นัดตรวจเช็กช่วงล่างได้ตามเวลาที่สะดวก ร้านอยู่ริมถนน 304 กบินทร์บุรี เปิดบริการทุกวัน 08:30–17:00 น.