
ไฟส่องสว่างกลางวัน (DRL) คืออะไร ดูแลอย่างไรให้ใช้งานได้นาน
รถรุ่นใหม่หลายคันมีไฟดวงเล็กติดสว่างอยู่ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน แม้เป็นเวลากลางวันแดดจ้า เจ้าของรถบางคนสงสัยว่าทำไมไฟถึงติดค้างและกังวลว่าจะกินไฟแบตเตอรี่มากเกินไปหรือไม่ ทั้งที่จริงแล้วไฟดวงนี้คือไฟส่องสว่างกลางวันหรือ DRL ที่ออกแบบมาให้ทำงานแยกจากไฟหน้าปกติ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่า DRL ทำหน้าที่แทนไฟหน้าได้ตอนขับกลางคืน ซึ่งไม่ถูกต้องและอาจเป็นอันตรายหากไม่รู้ความแตกต่าง บทความนี้อธิบายว่า DRL คืออะไร ต่างจากไฟหน้าอย่างไร และดูแลรักษาอย่างไรเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ
DRL หรือไฟส่องสว่างกลางวันเป็นไฟที่ติดสว่างอัตโนมัติเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ในเวลากลางวัน มีจุดประสงค์เพื่อให้รถสวนทางหรือรถข้างเคียงสังเกตเห็นรถของเราได้ชัดเจนขึ้น ไม่ได้ออกแบบมาให้ส่องสว่างพื้นถนนเหมือนไฟหน้าจริง จึงไม่ควรใช้แทนไฟหน้าตอนขับกลางคืน รถส่วนใหญ่ใช้หลอด LED ในชุด DRL ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวแต่เมื่อเสียมักต้องเปลี่ยนทั้งชุดโมดูลแทนการเปลี่ยนเฉพาะหลอด
DRL คืออะไร ทำงานอย่างไร
DRL ย่อมาจาก Daytime Running Light หรือไฟส่องสว่างกลางวัน เป็นไฟที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้ารถ มักอยู่ใกล้กับชุดไฟหน้าหรือกันชน ทำงานโดยอัตโนมัติทันทีที่สตาร์ตเครื่องยนต์ในสภาพแสงกลางวัน โดยไม่ต้องเปิดสวิตช์ไฟเอง และจะดับหรือลดความสว่างลงเมื่อเปิดไฟหน้าตอนกลางคืนหรือสภาพแสงน้อย เพราะรถส่วนใหญ่ออกแบบให้ไฟหน้าและ DRL ไม่ทำงานเต็มความสว่างพร้อมกัน
รถแต่ละยี่ห้อออกแบบตำแหน่งและรูปทรงของ DRL แตกต่างกัน บางรุ่นฝังรวมอยู่ในชุดไฟหน้าเดียวกัน บางรุ่นแยกเป็นแถบไฟต่างหากที่กันชนหน้า ความแตกต่างนี้ไม่มีผลต่อหน้าที่การทำงาน แต่มีผลต่อวิธีการเปลี่ยนหรือซ่อมเมื่อเสียหาย
DRL ต่างจากไฟหน้าอย่างไร ทำไมใช้แทนกันไม่ได้
ไฟหน้าออกแบบมาเพื่อส่องสว่างพื้นถนนข้างหน้าให้คนขับมองเห็นเส้นทางในที่มืด ขณะที่ DRL ออกแบบมาเพื่อให้รถอื่นสังเกตเห็นตัวเราได้ชัดขึ้นในเวลากลางวัน ความสว่างและมุมกระจายแสงจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง DRL ไม่มีกำลังส่องสว่างเพียงพอสำหรับใช้นำทางตอนกลางคืน แม้จะดูสว่างตอนกลางวันก็ตาม
| คุณสมบัติ | DRL | ไฟหน้า |
|---|---|---|
| เวลาทำงาน | กลางวัน อัตโนมัติเมื่อสตาร์ตเครื่อง | ต้องเปิดเองหรือระบบอัตโนมัติในที่มืด |
| จุดประสงค์หลัก | ให้รถอื่นเห็นเราชัดขึ้น | ให้คนขับมองเห็นเส้นทาง |
| ความสว่างที่ออกแบบมา | พอสังเกตเห็น ไม่เน้นส่องไกล | ส่องไกลและกว้างพอสำหรับความเร็ว |
ห้ามขับรถกลางคืนโดยพึ่งเฉพาะ DRL แทนไฟหน้า แม้ DRL จะดูสว่างเพียงพอในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้ส่องไกลพอสำหรับความเร็วขับขี่จริง โดยเฉพาะบนถนนนอกเมืองที่ไม่มีไฟส่องสว่างข้างทาง ควรเปิดไฟหน้าทุกครั้งเมื่อแสงเริ่มน้อยลง
ทำไมรถรุ่นใหม่ติดตั้ง DRL มาให้เป็นมาตรฐาน
เหตุผลหลักคือช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการมองไม่เห็นรถคันอื่นในสภาพแสงกลางวันที่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร เช่น ช่วงเช้ามืดหรือฟ้าครึ้ม รถที่มี DRL ติดสว่างมักสังเกตเห็นได้ง่ายกว่ารถที่ไม่มีไฟใด ๆ ติดอยู่เลย โดยเฉพาะบนถนนที่มีรถหลายประเภทใช้ร่วมกัน ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ และรถบรรทุก อย่างเส้นทางสาย 304
ดูแลรักษา DRL อย่างไรให้ใช้งานได้นาน
DRL ส่วนใหญ่ในรถรุ่นใหม่ใช้หลอด LED ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวกว่าหลอดฮาโลเจนทั่วไปมาก และแทบไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษนอกจากทำความสะอาดฝาครอบไฟไม่ให้มีคราบฝุ่นหรือคราบน้ำจับหนาจนบดบังแสง หากสังเกตว่า DRL ข้างหนึ่งดับหรือสว่างน้อยกว่าอีกข้าง ควรตรวจสอบตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะบางรุ่นเป็นชุดโมดูลที่เปลี่ยนทั้งชุดแทนการเปลี่ยนเฉพาะหลอดเมื่อเสียหาย ต่างจากไฟหน้าฮาโลเจนที่เปลี่ยนเฉพาะหลอดได้ในหลายกรณี
หาก DRL กะพริบผิดปกติหรือดับพร้อมกับไฟเลี้ยว อาจเกี่ยวข้องกับฟิวส์ในวงจรเดียวกัน ควรตรวจร่วมกันแทนการมองแยกส่วน ทางร้านตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างให้ครบทุกจุดก่อนเริ่มงาน สอบถามราคาได้ทางโทรศัพท์หรือ Facebook
- ทำความสะอาดฝาครอบไฟ DRL ไม่ให้มีคราบฝุ่นหรือคราบน้ำจับหนาจนบดบังแสง
- เปรียบเทียบความสว่างของ DRL ทั้งสองข้างเป็นระยะ หากข้างใดหรี่ลงให้สังเกตต่อเนื่อง
- อย่าลืมเปิดไฟหน้าเองตอนพลบค่ำ แม้ DRL จะยังติดสว่างอยู่
- หาก DRL กะพริบผิดปกติร่วมกับไฟเลี้ยว ให้ตรวจฟิวส์ในวงจรเดียวกันก่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DRL
ข้อผิดพลาดแรกคือเข้าใจว่า DRL ติดสว่างแล้วแปลว่าไฟหน้าเปิดอยู่ด้วย ทำให้ลืมเปิดไฟหน้าตอนพลบค่ำเพราะคิดว่ามีไฟติดอยู่แล้ว ข้อสองคือปล่อยให้ DRL ข้างหนึ่งดับไปนานโดยไม่ตรวจ เพราะคิดว่าเป็นแค่ไฟตกแต่งไม่สำคัญ ทั้งที่การมองเห็นรถจากฝั่งตรงข้ามลดลงจริงเมื่อ DRL ทำงานไม่ครบทั้งสองข้าง และข้อสามคือพยายามถอดเปลี่ยนหลอด DRL เองโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่ารถรุ่นนั้นเป็นแบบเปลี่ยนหลอดได้หรือต้องเปลี่ยนทั้งชุดโมดูล
คำถามที่พบบ่อย
DRL กินไฟแบตเตอรี่มากไหม เพราะติดตลอดเวลาที่ขับ
DRL ส่วนใหญ่ใช้หลอด LED ที่กินกระแสไฟต่ำกว่าหลอดไฟหน้าทั่วไปมาก และทำงานเฉพาะตอนเครื่องยนต์ติดซึ่งไดชาร์จจ่ายไฟอยู่แล้ว จึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว
ใช้ DRL แทนไฟหน้าตอนขับกลางคืนได้ไหม
ไม่ควร DRL ไม่ได้ออกแบบมาให้ส่องสว่างพื้นถนนเพียงพอสำหรับขับขี่กลางคืน ควรเปิดไฟหน้าเสมอเมื่อสภาพแสงเริ่มน้อยลง
DRL ดับข้างเดียว ยังขับรถได้ปกติไหม
ขับได้แต่ไม่แนะนำให้ปล่อยไว้นาน เพราะการมองเห็นรถจากฝั่งตรงข้ามลดลง ควรตรวจซ่อมโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเองและผู้ใช้ทางร่วม
DRL เสียแล้วต้องเปลี่ยนทั้งชุดเสมอไปหรือไม่
ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละรุ่นรถ บางรุ่นเปลี่ยนเฉพาะหลอดได้ บางรุ่นเป็นชุดโมดูลที่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนสั่งอะไหล่
รถที่ไม่มี DRL ติดมาจากโรงงาน ติดตั้งเพิ่มเองได้ไหม
ทำได้ในบางกรณีแต่ควรให้ช่างที่มีความรู้ระบบไฟฟ้ารถเป็นผู้ติดตั้งและเดินสายผ่านฟิวส์ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบวงจรไฟฟ้าเดิมของรถ
ไฟ DRL ดับหรือกะพริบผิดปกติ?
ให้ทีมช่างตรวจระบบไฟส่องสว่างและวงจรที่เกี่ยวข้องให้ก่อนตัดสินใจซ่อม ร้านอยู่ริมถนน 304 กบินทร์บุรี เปิดบริการทุกวัน 08:30–17:00 น.