
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20/E85 คืออะไร ใช้กับรถแบบไหนได้บ้าง
ที่หัวจ่ายน้ำมันในปั๊มมักมีให้เลือกหลายเกรด ทั้งแก๊สโซฮอล์ 91, E20 และบางแห่งมี E85 ด้วย ราคาต่อลิตรที่ต่างกันทำให้หลายคนอยากลองเปลี่ยนไปใช้เกรดที่ถูกกว่าโดยไม่รู้ว่ารถของตนรองรับหรือไม่ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าทุกรถใช้ E20 หรือ E85 แทนกันได้เหมือนสลับใช้แก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95
ตัวเลขที่ต่อท้าย E บอกสัดส่วนเอทานอลที่ผสมอยู่ในน้ำมัน ยิ่งตัวเลขสูง สัดส่วนเอทานอลยิ่งมาก ซึ่งส่งผลต่อวัสดุในระบบเชื้อเพลิงของรถโดยตรง บทความนี้อธิบายภาพรวมของแต่ละเกรดและวิธีตรวจสอบว่ารถของคุณใช้ได้กับเกรดไหนบ้าง โดยไม่ฟันธงแทนข้อมูลเฉพาะรุ่นที่ควรอ้างอิงจากผู้ผลิตรถ
แก๊สโซฮอล์ E20 มีสัดส่วนเอทานอลผสมประมาณ 20% ส่วน E85 มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 85% รถทั่วไปส่วนใหญ่ในตลาดออกแบบมารองรับ E20 ได้ แต่ E85 ต้องใช้กับรถที่มีระบบเครื่องยนต์แบบ Flex Fuel โดยเฉพาะเท่านั้น การใช้ผิดประเภทอาจกระทบซีลยางและวัสดุในระบบเชื้อเพลิงที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับเอทานอลสัดส่วนสูง ควรตรวจสอบคู่มือประจำรถหรือสติกเกอร์ใกล้ฝาถังก่อนเปลี่ยนไปใช้เกรดใหม่เสมอ
แก๊สโซฮอล์คืออะไร ต่างจากเบนซินอย่างไร
แก๊สโซฮอล์คือน้ำมันเบนซินที่ผสมกับเอทานอลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากพืชผลทางการเกษตร การผสมเอทานอลช่วยเพิ่มค่าออกเทนให้น้ำมันและลดการพึ่งพาน้ำมันดิบบางส่วน แก๊สโซฮอล์ที่พบทั่วไปในไทยมีหลายเกรดตามสัดส่วนเอทานอลที่ผสม เช่น E10 ที่ใช้ในแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ทั่วไป ไปจนถึง E20 และ E85 ที่มีสัดส่วนเอทานอลสูงขึ้นตามลำดับ
เอทานอลมีคุณสมบัติกัดกร่อนวัสดุบางชนิดต่างจากเบนซินล้วน โดยเฉพาะยางและพลาสติกบางประเภทที่ใช้ในระบบเชื้อเพลิงรุ่นเก่า นี่คือเหตุผลที่รถแต่ละรุ่นถูกออกแบบมารองรับสัดส่วนเอทานอลได้ไม่เท่ากัน
E20 กับ E85 ต่างกันอย่างไร
E20 มีสัดส่วนเอทานอลผสมอยู่ประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมด ถือเป็นเกรดที่รถยนต์รุ่นใหม่ในตลาดส่วนใหญ่ออกแบบมารองรับได้ เพราะผู้ผลิตรถหลายรายปรับวัสดุซีลยางและชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิงให้ทนต่อเอทานอลสัดส่วนนี้มาตั้งแต่การผลิต
ส่วน E85 มีสัดส่วนเอทานอลสูงถึงประมาณ 85% ซึ่งแตกต่างจาก E20 มาก ทั้งในแง่คุณสมบัติการเผาไหม้และผลกระทบต่อวัสดุในระบบเชื้อเพลิง รถที่จะใช้ E85 ได้ต้องเป็นรถที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับระบบ Flex Fuel ซึ่งมีทั้งเซนเซอร์ตรวจจับสัดส่วนเอทานอลและวัสดุที่ทนทานเป็นพิเศษ ไม่ใช่รถทั่วไปที่รองรับ E20 จะสามารถใช้ E85 ได้โดยอัตโนมัติ
| เกรดน้ำมัน | สัดส่วนเอทานอลโดยประมาณ | รถที่รองรับ |
|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 91/95 (E10) | ประมาณ 10% | รถเบนซินทั่วไปส่วนใหญ่ |
| E20 | ประมาณ 20% | รถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ที่ระบุรองรับ E20 |
| E85 | ประมาณ 85% | เฉพาะรถระบบ Flex Fuel เท่านั้น |
รถแบบไหนใช้ E20 หรือ E85 ได้บ้าง
รถยนต์รุ่นใหม่ที่จำหน่ายในไทยจำนวนมากออกแบบมารองรับ E20 ได้ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด แต่รถรุ่นเก่าโดยเฉพาะรุ่นที่ผลิตก่อนมาตรฐานนี้แพร่หลาย อาจมีซีลยางและชิ้นส่วนที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับเอทานอลสัดส่วนสูง การใช้ E20 กับรถรุ่นเก่าที่ไม่รองรับต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ซีลยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
สำหรับ E85 มีจำหน่ายเฉพาะบางสถานีบริการเท่านั้น และเหมาะกับรถที่ระบุชัดเจนว่าเป็นระบบ Flex Fuel ซึ่งในตลาดไทยมีจำนวนไม่มากเท่ารถทั่วไปที่รองรับ E20 ผู้ที่ไม่แน่ใจไม่ควรทดลองเติม E85 เพียงเพราะเห็นราคาถูกกว่าโดยไม่ตรวจสอบสเปกรถก่อน
วิธีตรวจสอบว่ารถของคุณรองรับเกรดไหน
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือตรวจสอบจากคู่มือประจำรถ ซึ่งผู้ผลิตจะระบุชัดเจนว่ารถรุ่นนั้นรองรับเชื้อเพลิงชนิดใดบ้าง รถหลายรุ่นยังมีสติกเกอร์แจ้งชนิดน้ำมันติดอยู่บริเวณฝาถังหรือด้านในฝาถังด้วย หากไม่มีเอกสารหรือสติกเกอร์ให้อ้างอิง สามารถสอบถามจากศูนย์บริการของแบรนด์รถโดยตรงเพื่อความชัดเจน
- ตรวจคู่มือประจำรถในหัวข้อชนิดเชื้อเพลิงที่แนะนำ
- สังเกตสติกเกอร์บริเวณฝาถังหรือด้านในฝาถัง
- สอบถามศูนย์บริการแบรนด์รถหากไม่แน่ใจ
- อย่าเปลี่ยนเกรดน้ำมันตามคำแนะนำจากคนอื่นที่ใช้รถคนละรุ่น
ใช้ผิดเกรดเสี่ยงอะไรบ้าง
การใช้เกรดที่มีสัดส่วนเอทานอลสูงกว่าที่รถรองรับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ซีลยางในระบบเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เกิดการรั่วซึมของน้ำมันตามข้อต่อต่างๆ หรือกระทบการทำงานของเซนเซอร์ที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับคุณสมบัติของเอทานอลสัดส่วนสูง ผลกระทบเหล่านี้มักไม่แสดงอาการทันที แต่จะค่อยๆ สะสมตามระยะเวลาที่ใช้งาน
หากเคยเติมเกรดที่ไม่แน่ใจว่ารถรองรับหรือไม่ และเริ่มสังเกตอาการผิดปกติ เช่น กลิ่นน้ำมันหรือไฟเตือนเครื่องยนต์ติด ควรนำรถเข้า ตรวจเช็กระบบเชื้อเพลิง เพื่อให้ช่างประเมินสภาพซีลและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกเกรดน้ำมัน
ข้อผิดพลาดแรกคือเปลี่ยนไปใช้เกรดที่ถูกกว่าเพียงเพราะเห็นราคา โดยไม่ตรวจสอบว่ารถรองรับหรือไม่ ข้อสองคือเข้าใจผิดว่ารถที่ใช้ E20 ได้ย่อมใช้ E85 ได้ด้วย ทั้งที่เป็นคนละมาตรฐานกัน ข้อสามคือไม่สังเกตสติกเกอร์แจ้งชนิดน้ำมันที่รถมีอยู่แล้ว และข้อสุดท้ายคือใช้เกรดผิดต่อเนื่องนานโดยไม่สังเกตอาการรั่วซึมหรือผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
รถที่ใช้แก๊สโซฮอล์ 91/95 อยู่แล้วเปลี่ยนไปใช้ E20 ได้เลยไหม
ควรตรวจสอบคู่มือประจำรถก่อนเสมอ รถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ E20 ได้ แต่รถรุ่นเก่าบางรุ่นอาจมีซีลยางที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับเอทานอลสัดส่วนนี้
เติม E85 ในรถที่ไม่ใช่ระบบ Flex Fuel อันตรายไหม
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะสัดส่วนเอทานอลสูงมากอาจกระทบซีลยางและระบบเชื้อเพลิงที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับ ควรใช้เฉพาะรถที่ระบุชัดเจนว่าเป็นระบบ Flex Fuel เท่านั้น
รถใช้ E20 นานๆ มีผลเสียไหมถ้ารถรองรับอยู่แล้ว
หากรถระบุว่ารองรับ E20 ตามมาตรฐานผู้ผลิต การใช้ต่อเนื่องไม่ควรมีผลเสียผิดปกติ แต่ควรดูแลระบบเชื้อเพลิงตามรอบปกติเช่นเดียวกับการใช้น้ำมันเกรดอื่น
ไม่มีสติกเกอร์แจ้งชนิดน้ำมันที่ฝาถัง ควรทำอย่างไร
ควรตรวจสอบจากคู่มือประจำรถหรือสอบถามศูนย์บริการแบรนด์รถโดยตรง ไม่ควรเดาหรือเปลี่ยนเกรดตามคำแนะนำจากคนที่ใช้รถคนละรุ่น
เติมผิดเกรดหนึ่งครั้งจะเสียหายทันทีไหม
ไม่เสียหายทันทีในกรณีเติมสัดส่วนเอทานอลที่ต่างกันไม่มาก แต่ควรหลีกเลี่ยงและกลับไปใช้เกรดที่รถรองรับตามคู่มือในการเติมครั้งถัดไป
ไม่แน่ใจว่ารถของคุณรองรับน้ำมันเกรดไหน?
ให้ทีมช่างตรวจเช็กระบบเชื้อเพลิงและให้คำแนะนำเบื้องต้น ร้านอยู่ริมถนน 304 กบินทร์บุรี เปิดบริการทุกวัน 08:30–17:00 น.